คุณสมบัติของวัสดุยางแต่ละประเภท
โพสต์เมื่อ : 25 ก.ย 2568 เวลา 6:11 น.
Polyurethane (ยาง PU)
“ลูกกลิ้งยูริเทน” หรือ Polyurethane Roller คือ ลูกกลิ้งที่ทำจากวัสดุยูริเทน ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง เช่น ความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการสึกหรอ ทนสารเคมี และรองรับแรงกดทับได้ดีมากคุณสมบัติเด่นของลูกกลิ้งยูริเทน
- ทนต่อการเสียดสี สูงกว่ายางธรรมชาติ
- ไม่ทำลายพื้นผิว เช่น พื้นเหล็ก พื้นไม้ หรือวัสดุที่บอบบาง
- ลดเสียงรบกวน เวลาหมุน
- ทนแรงกดและแรงกระแทก ได้ดี
- ทนต่อน้ำมันและสารเคมีบางชนิด
- อายุการใช้งานนานกว่าลูกกลิ้งยางทั่วไป
การใช้งานทั่วไป
- ระบบสายพานลำเลียง (Conveyor)
- เครื่องจักรอุตสาหกรรม (เช่น โรงงานเหล็ก โรงงานอาหาร)
- งานพิมพ์ งานบรรจุภัณฑ์
- เครื่องจักรอัตโนมัติ (Automation Machine)
- รถเข็น หรือชิ้นส่วนที่ต้องหมุนกลิ้งในโรงงาน
- แผ่นยาง กันกระแทก กันลื่น รองพื้นสายพาน
- PU Casting หล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นงานตามแบบ (C)
ข้อควรรู้
- มีหลายแบบ เช่น ลูกกลิ้งยูริเทนเคลือบเหล็ก, ลูกกลิ้งยูริเทนตัน, ลูกกลิ้งยูริเทนแบบแข็งหรือแบบนิ่ม
- ความแข็งของยูริเทนวัดเป็นค่า Shore A (ค่ามาก = แข็งมาก)
- สามารถ สั่งผลิตตามขนาดหรือความแข็งที่ต้องการ ได้
EPDM (ยาง EPDM)
วัสดุ EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer) คือ ยางสังเคราะห์ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมและงานก่อสร้าง เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่นเฉพาะทางหลายอย่าง โดยเฉพาะด้านความทนทานต่อสภาพแวดล้อมคุณสมบัติเด่นของ EPDM
- ทนต่อรังสี UV และโอโซน ได้ดีเยี่ยม ไม่เปราะ ไม่แตกลายงา
- ทนต่อความร้อนสูง (ประมาณ -40°C ถึง +120°C หรือสูงกว่านั้น)
- ทนน้ำและความชื้น เหมาะกับงานภายนอกและในที่เปียกชื้น
- ทนสารเคมีบางประเภท เช่น กรดเจือจาง ด่าง น้ำเกลือ
- มีความยืดหยุ่นสูง แม้ในอุณหภูมิต่ำ
- เป็นฉนวนไฟฟ้า (non-conductive)
การใช้งานทั่วไปของ EPDM
- ซีลยางขอบประตู/หน้าต่าง ของรถยนต์หรืออาคาร
- โอริงและปะเก็น ที่ต้องสัมผัสกับน้ำหรือไอน้ำ
- ยางรองเครื่องจักร ที่ต้องทนแดดและฝน
ข้อควรรู้
- ไม่ทนต่อน้ำมันหรือสารละลายไฮโดรคาร์บอน (เช่น เบนซิน น้ำมันเครื่อง)
- หากใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมัน ควรเลือก NBR (ยางไนไตรล์) แทน
NBR (ยางไนไตรล์)
วัสดุยาง NBR (Nitrile Butadiene Rubber) คือยางสังเคราะห์ที่โดดเด่นในด้าน ความทนทานต่อน้ำมัน และ สารเคมีจำพวกไฮโดรคาร์บอน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องสัมผัสน้ำมันเป็นประจำคุณสมบัติเด่นของ NBR
- ทนน้ำมัน ดีเยี่ยม เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันดีเซล น้ำมันพืช
- ทนสารเคมี กลุ่มไฮโดรคาร์บอนได้ดี (แต่ไม่เหมาะกับสารออกซิไดซ์แรงๆ)
- ทนการเสียดสี สูง
- มีความเหนียว และความยืดหยุ่นดี
- อุณหภูมิการใช้งาน โดยทั่วไป: -25°C ถึง +100°C (บางเกรดได้ถึง +120°C)
การใช้งานทั่วไปของ NBR
- โอริง ปะเก็น ซีลยาง ที่ต้องสัมผัสกับน้ำมัน
- ยางรองเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม
- ท่อยางส่งน้ำมัน หรือของเหลว
- ถุงมือ NBR (Nitrile Gloves) สำหรับป้องกันสารเคมี น้ำมัน
- ยางพื้นกันลื่น ในบริเวณที่มีน้ำมัน (เช่น พื้นโรงงาน ซ่อมบำรุง)
ข้อควรรู้
| คุณสมบัติ | NBR เทียบกับวัสดุยางอื่น |
| ทนน้ำมัน | ดีมาก (ดีกว่า EPDM, NR, SBR) |
| ทน UV/โอโซน | ต่ำ (หากใช้กลางแจ้งนานๆ ควรเลือก EPDM แทน) |
| ทนความร้อน | กลางๆ (ไม่สูงเท่า FKM/Viton) |
| ทนน้ำ/ความชื้น | ดี |
| ราคา | กลาง – คุ้มค่าเมื่อใช้งานที่ต้องสัมผัสน้ำมัน |
NR – Natural Rubber (ยางธรรมชาติ)
NR (Natural Rubber) คือยางที่ได้จากน้ำยางธรรมชาติของต้นยางพารา (Hevea Brasiliense) โดยผ่านกระบวนการแปรรูปและวัลคาไนซ์ (vulcanization) เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการใช้งานคุณสมบัติเด่นของ NR
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| ความยืดหยุ่นสูงมาก | คืนรูปได้ดีเมื่อยืดหรือบิดงอ เหมาะกับงานที่ต้องการความนิ่ม |
| ทนแรงดึง / แรงฉีกขาดสูง | รับแรงได้ดี เหมาะกับงานรองรับน้ำหนักหรือกันกระแทก |
| ยึดเกาะพื้นผิวดีเยี่ยม | ไม่ลื่น เหมาะกับงานกันลื่น เช่น แผ่นยางรองพื้น |
| ทนการเสียดสีดี | ไม่สึกหรอง่าย เหมาะกับงานที่มีแรงถูบ่อยๆ |
| ราคาถูกกว่ายางสังเคราะห์ | คุ้มค่าในงานทั่วไป |
| เสียงเงียบเมื่อใช้งาน | ใช้ในงานที่ต้องการลดเสียงจากแรงกระแทก |
ข้อจำกัดของยางธรรมชาติ
| ข้อจำกัด | รายละเอียด |
| ❌ ไม่ทนน้ำมัน / จาระบี | จะบวมและเสื่อมสภาพเร็ว |
| ❌ ไม่ทน UV / แดด / โอโซน | เหมาะกับใช้งานในร่มเท่านั้น |
| ❌ ไม่ทนสารเคมี | โดยเฉพาะกรดเข้มข้น ด่างแรง หรือสารกัดกร่อน |
| ❌ อุณหภูมิใช้งานต่ำกว่า 80°C | หากสูงเกินนี้จะเสื่อมเร็ว |
สมบัติเชิงกลโดยประมาณ (Mechanical Properties)
| สมบัติ | ค่า |
| ความแข็ง (Hardness) | 30–90 Shore A |
| แรงดึงขาด (Tensile Strength) | 15–25 MPa (สูงที่สุดในบรรดายางทั่วไป) |
| การยืดตัว (Elongation) | 400–700% |
| ความหนาแน่น | ~0.95 g/cm³ |
| อุณหภูมิใช้งาน | -40°C ถึง +80°C |
การใช้งานที่เหมาะสมของยาง NR
- แผ่นยางรองเครื่องจักร / ยางกันกระแทก
- ยางกันลื่น / ยางปูพื้นโรงงาน
- โอริง / ซีลในระบบที่ไม่มีน้ำมัน
- ลูกกลิ้ง / ล้อในระบบที่ไม่สัมผัสน้ำมัน
- สายพาน / ยางขอบประตู
- ชิ้นส่วนยางในเครื่องจักรเกษตร
Silicone Rubber (ยางซิลิโคน)
วัสดุ Silicone (ซิลิโคน) เป็นวัสดุโพลีเมอร์สังเคราะห์ที่อยู่ในตระกูล Elastomer (ยาง) แต่มีโครงสร้างพิเศษที่แตกต่างจากยางทั่วไป เพราะมี โครงสร้างหลักเป็นซิลิกอน (Silicon – Si) แทนคาร์บอน ซึ่งทำให้มีความทนทานต่ออุณหภูมิและสารเคมีได้ดีเยี่ยมคุณสมบัติเด่นของ Silicone
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| ทนอุณหภูมิสูง/ต่ำได้ดีเยี่ยม | ทนความร้อนสูงถึง +230°C และต่ำสุดถึง -60°C (บางเกรดถึง -100°C) |
| ไม่เสียรูปแม้ความร้อนสูง | ยังคงความยืดหยุ่น ไม่แข็งตัวหรือเปราะ |
| ทน UV / โอโซน / ความชื้น | เหมาะกับใช้งานกลางแจ้ง |
| ปลอดภัยต่ออาหารและร่างกาย | ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร การแพทย์ และเครื่องครัว |
| เป็นฉนวนไฟฟ้าอย่างดี | เหมาะกับงานอิเล็กทรอนิกส์ |
| ไม่ดูดซับน้ำและกลิ่น | ทำให้เหมาะกับงานซีล ฝาปิด และงานเครื่องใช้ในครัว |
สมบัติเชิงกลของ Silicone Rubber
| คุณสมบัติ | ค่าโดยประมาณ |
| ความแข็ง (Shore A) | 20–80 |
| แรงดึงขาด | 5–10 MPa |
| การยืดตัว (Elongation) | 200–700% |
| อุณหภูมิการใช้งาน | -60°C ถึง +230°C |
| ความหนาแน่น | ~1.1–1.4 g/cm³ |
การใช้งานของ Silicone Rubber
| ประเภท | ตัวอย่างการใช้งาน |
| อุตสาหกรรมอาหาร | ซีลยางตู้อบ แม่พิมพ์ซิลิโคน ท่อซิลิโคนในกระบวนการผลิต |
| การแพทย์ / สุขภาพ | ท่อซิลิโคนสายให้อาหาร ซีลฝาปิด ชิ้นส่วนเครื่องช่วยหายใจ |
| อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ | ปะเก็นกันฝุ่น ซีลกันน้ำ ฉนวนสายไฟ |
| ยานยนต์ / เครื่องจักร | ท่อยางทนความร้อน ฝาครอบ ปะเก็น |